5 เหตุผลว่าทำไม Hermes ราคาสูงเสียดฟ้าแต่ยังเป็นที่ต้องการอันดับหนึ่ง

Last updated: 21 Oct 2022  |  1823 Views  | 

5 เหตุผลว่าทำไม Hermes ราคาสูงเสียดฟ้าแต่ยังเป็นที่ต้องการอันดับหนึ่ง




เสื้อผ้าสุดหรูหรา กระเป๋าราคาสูงเสียดฟ้า กล่องพัสดุสีส้ม คงเป็นสิ่งที่แล่นเข้ามาในหัวทันทีหากพูดถึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง HERMES ความงดงามอย่างมีระดับกลายเป็นที่ต้องการของกลุ่มนักช้อปทั่วโลกที่ถึงแม้ว่าราคาที่ต้องจ่ายจะสูงเสียดฟ้า แต่ยอมที่จะได้มาซึ่งสินค้าของแบรนด์สีส้มแบรนด์นี้ วันนี้แบคนิฟิคจึงจะพาทุกคนมาเจาะลึกถึง 5 เหตุผลว่าทำไม HERMES ถึงยังเป็นที่ต้องการแม้ว่าราคาจะสูงเกินเอื้อม






1. HERMES คือแบรนด์คลาสสิกตลอดกาล

นับจากวันแรกที่ถือกำเนิดขึ้นจนมาถึงเวลานี้ HERMES มีระยะเวลาการยืนตัวร่วม 100 กว่าปีแล้ว แต่ HERMES ก็ยังสามารถครองใจเหล่ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ได้อย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง ด้วยความคลาสสิกของสินค้า เสื้อผ้า กระเป๋า ทำให้ผู้ใช้ไม่ได้รู้สึกว่าตกเทรนด์หรือสินค้าชิ้นนั้นใช้ได้ในไม่กี่โอกาส อย่างเช่นกระเป๋ารุ่นดังของแบรนด์อย่าง HERMES KELLY ที่มีจุดเริ่มต้นความนิยมจากเจ้าหญิง เกรซ เคลลี่ ที่นับระยะเวลาจากตอนนั้นถึงตอนนี้ร่วม 60 กว่าปีแล้ว แต่กระเป๋ารุ่นนี้ก็ยังได้รับความนิยมไม่มีเปลี่ยนแปลง





2. คุณภาพชั้นเยี่ยมของสินค้า

ราคาที่สูงย่อมมาคู่กับสินค้าที่ผลิตอย่างเข้มงวด วัสดุหนังถูกคัดสรรมาอย่างดีไร้ตำหนิ อะไหล่ของกระเป๋าต้องไม่มีร่องรอยขีดข่วน กระบวนการผลิตต้องไม่มีการผิดพลาด กระเป๋าทุกใบถูกตัดเย็บด้วยมืออย่างพิถีพิถันโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกฝนเฉพาะด้านนานถึง 3 ปีในโรงงานของ HERMES ประเทศฝรั่งเศสก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ริเริ่มผลิตกระเป๋าขึ้นมา 1 ใบ แต่ละใบจะถูกเย็บขึ้นมาโดยช่างเฉพาะเพียง 1 คนเท่านั้นซึ่งกระบวนการตัดเย็บจะใช้เวลาราว 16-20 ชั่วโมง และหากกระเป๋าเกิดชำรุดขึ้นมาก็จะต้องส่งซ่อมให้ช่างคนเดียวกันกับที่ผลิตแก้โดยจะดูจากเลขรหัสของช่างที่ติดอยู่ในกระเป๋า






3. หาซื้อยาก

อีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์ที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้คือ ไม่ใช่เพียงแค่มีเงินก็สามารถซื้อได้ เนื่องด้วยสินค้าแต่ละชิ้นถูกผลิตขึ้นมาอย่างประณีตดังนั้นจึงใช้เวลาที่ค่อนข้างนานบวกกับการตลาดที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อการกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายมีความต้องการสูง เพราะของชิ้นนั้น ๆ เป็นสินค้าที่หายาก แรร์ไอเท็ม ทำให้นี่กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าต่อให้ต้องรอนานแค่ไหน หรือราคาสูงเสียดฟ้าเพียงไหนก็คุ้มค่าที่จะได้มา






4. กำหนดกลุ่มลูกค้า

เพราะไม่ใช่แค่ผู้บริโภคเท่านั้นที่จะเป็นคนเลือกกระเป๋า แต่กระเป๋าและแบรนด์เองก็เป็นฝ่ายเลือกผู้บริโภคเช่นเดียวกัน HERMES ไม่ใช่แบรนด์ที่หากต้องการก็จะสามารถซื้อมาใช้ได้เลย แต่ต้องมีการรอคอย มีการซื้อสินค้าชิ้นอื่นอยู่เรื่อย ๆ เพื่อให้แบรนด์เห็นถึงความเหมาะสมว่าเราคู่ควรกับกระเป๋ารุ่นท็อปของแบรนด์ รวมถึงไปถึงบุคลิกภายนอก การใช้ชีวิตจะต้องสอดคล้องไปกับกลุ่มเป้าหมายที่ทางแบรนด์ตั้งไว้ เพราะ HERMES ในช่วงแรกเป็นแบรนด์ที่ผลิตสินค้าให้กับเหล่าราชวงศ์ มหาเศรษฐี และคนดังเพียงเท่านั้น






5. สามารถขายต่อเก็งกำไรได้

เมื่อเป็นที่ของตลาดจำนวนมากทำให้ HERMES กลายเป็นอีกหนึ่งการลงทุนไปเสียแล้ว เพราตามที่กล่าวไปข้างต้นกระเป๋าจากแบรนด์ส้มมีความคลาสสิก ไม่ตกยุคทำให้ปล่อยขายต่อเมื่อไหร่ก็ยังอยู่ในกระแสในความต้องการของผู้คนอยู่เสมอ อย่าง HERMES BIRKIN ราคาขายสามารถทำกำไรได้ถึง 14.2 % ต่อปีเลยทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นราคาก็ขึ้นอยู่กับสภาพของการใช้งานแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย




Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy